โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ

  

     For English Click Here   

....... โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ ผู้ช่วยทางการพยาบาลคุณภาพ ศูนย์รวมความรู้ โดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้ทรงคุณวุฒิ รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ........

 

หน้าหลัก

เรียนที่นี่ Free WIFI

 

.........................................

เพจโรงเรียน กดถูกใจรับข่าวสาร

..........................................

Facebook โรงเรียน กด@เพื่อน

 

.....................................................

การอ่านออกเสียงคำศัพท์เทคนิค

.....................................................

 

 

Home  กลับหน้าหลัก

จะรักษาโรคไตอย่างไร

วิธีรักษาโรคไตอาจแบ่งได้เป็น 4 วิธีหลัก ๆ ด้วยกันคือ

1.การตรวจค้นหา และการวินิจฉัยโรคไตที่เหมาะสม : ผู้ป่วยซึ่งได้รับการตรวจค้นหาหรือวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องตั้งแต่ในระยะแรกๆ ของโรค  ย่อมมีโอกาสได้รับผลการรักษาที่ดีกว่าผู้ป่วย ซึ่งได้รับการวินิจฉัยล่าช้า  ดังนั้นการตรวจค้นหาและวินิจฉัยโรคจึงนับเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของกระบวนการรักษา

2.การรักษาที่สาเหตุของโรคไต : เช่นการรักษานิ่วไต การหยุดยาซึ่งเป็นพิษต่อไต การควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้ดีอย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาที่เหมาะสมกับโรคเนื้อไตอักเสบแต่ละชนิด เป็นต้น

3.การรักษาเพื่อชะลอความเสื่อมของไต : แม้แพทย์จะรักษาสาเหตุของโรคไตแล้ว  แต่ผู้ป่วยจำนวนมากอาจมีการทำงานของไตที่เสื่อลงกว่าปกติ ทั้งนี้เรื่องจากเนื้อไตบางส่วนถูกทำลายไป ไตส่วนที่ดีซึ่งเหลืออยู่อาจจะต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้ไตเสื่อมการทำงานมากขึ้นตามระยะเวลา และมักเกิดไตวายในที่สุด การรักษาที่สำคัญในระยะนี้คือการรักษาเพื่อมุ่งชะลอการเสื่อมของไต อันได้แก่ การควบคุมอาหารให้เหมาะกับการทำงานของไตที่เหลืออยู่  การใช้ยาเพื่อช่วยปรับสารต่าง ๆ ที่เป็นพิษต่อไต การควบคุมความดันโลหิตให้ดี เป็นต้น

4.การรักษาทดแทนการทำงานของไต (การล้างไต และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต) : เมื่อไตวายมากขึ้นจนเข้าระยะสุดท้าย  ผู้ป่วยที่เหมาะสมกลุ่มหนึ่งจะได้รับการรักษาด้วยการล้างไตหรือการผ่าตัดปลูกถ่ายไต

-การล้างไต (Dialysis) มี 2 วิธี คือ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) และการล้างไตทางช่องท้อง (Peritonel Dialysis:CAPD) ในปัจจุบันพบว่าผลการรักษาทั้ง 2 วิธีได้ผลใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหาะสมกับสภาพของผู้ป่วยและครอบครัว-ผู้ดูแลผู้ป่วย ตลอดจนที่อยู่อาศัยและความชำนาญของทีมผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย

ผู้ป่วยที่เริ่มรักษาโดยการล้างไตแล้ว  จะสามารถหยุดการล้างไตได้หรือไม่นั้นขึ้นกับชนิดของโรคไตวายที่ผู้ป่วยเป็นกล่าวคือ หากเป็นไตวายชนิดเฉียบพลัน (เช่นผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรง หรือเกิดโรคเนื้อไตอักเสบรุนแรงแล้วทำให้ไตวายเฉียบพลัน)  เมื่อแพทย์รักษาโรคที่เป็นสาเหตุของไตวายให้ดีขึ้นแล้ว การทำงานของไตมักกลับฟื้นขึ้นมาได้เป็นส่วนมาก และผู้ป่วยกลุ่มนี้จะสามารุหยุดการล้างไตได้  แต่ในกรณีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย  ซึ่งการทำงานของไตผู้ป่วยกลุ่มนี้เหลือน้อยมากและไม่อาจฟื้นกลับมาทำงานได้อีก ดังนั้นการล้างไตในผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องทำไปตลอดชีวิตของผู้ป่วย หรือจนกว่าผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต  ทั้งนี้เพราะการล้างไตเป็นเพียงวิธีการลดของเสียในร่างกายผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพดีขึ้น  แต่ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้การทำงานของไตผู้ป่วยกลับฟื้นขึ้นมา  การล้างไตในกรณีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายนี้จึงเป็นเพียงการช่วยต่อชีวิตของผู้ป่วยออกไป แต่ด้วยเทคโนโลยีและยาในปัจจุบัน  หากทำการล้างไตอย่างถูกต้องและเพียงพอ  ร่วมกับการคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมแล้ว ผู้ป่วยมักมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอควร            ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจะต้องไปรับการฟอกอย่างสม่ำเสมอตามการนัดหมาย  ซึ่งผู้ป่วยโดยทั่วไปมักได้รับการฟอกฯ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 4-5 ชั่วโมง การพัฒนาระบบการฟอกฯ ในโลกปัจจุบัน มีความนิยมที่จะใช้ระบบการฟอกที่มีประสิทธิภาพสูง (High Flux Hemodialysis) มากขึ้น  เพราะสามารถฟอกของเสียออกจากร่างกายผู้ป่วยได้ดีกว่าการฟอกแบบธรรมดา

 นพ.เชวง ลิขสิทธิ์  

Home  กลับหน้าหลัก


Send mail to applepanita@gmail.com  with questions or comments about this web site.
Copyright 2005 Nakornpingaphibalkit Nurse Aide School
Last modified: มิถุนายน 21, 2560