โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ

  

     For English Click Here   

....... โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ ผู้ช่วยทางการพยาบาลคุณภาพ ศูนย์รวมความรู้ โดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้ทรงคุณวุฒิ รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ........

 

หน้าหลัก

เรียนที่นี่ Free WIFI

 

.........................................

เพจโรงเรียน กดถูกใจรับข่าวสาร

..........................................

Facebook โรงเรียน กด@เพื่อน

 

.....................................................

การอ่านออกเสียงคำศัพท์เทคนิค

.....................................................

 

 

Home  กลับหน้าหลัก

ทารกคลอดก่อนกำหนด  (preterm)      โดย  นพ.บัลลังก์  ศรีกฤษณรัตน์

          จากคำนิยามของ  preterm  ทางการแพทย์หมายถึงทารกที่มีอายุครรภ์ <  37 สัปดาห์  ซึ่งส่วนมากมักจะมีน้ำหนักแรกเกิด < 2500 gm.  ซึ่งถ้าน้ำหนักยิ่งน้อยมาก  ยิ่งมีโรคแทรกซ้อนมากและโอกาสเสียชีวิตก็จะมีสูงมาก   แต่น่ายินดีที่ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตของ  preterm  ลดลงมาก เนื่องจากการใช้สาร glucocorticoid ให้กับมารดาที่เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด อีกทั้งมีความเข้าใจในการดูแลรักษา preterm เพิ่มขึ้นมาก

            ทารกคลอดก่อนกำหนดจะเสียเปรียบเด็กคลอดครบกำหนดมาก  เนื่องจากอวัยวะทุกอย่างไม่สมบูรณ์พอที่จะใช้งานได้อย่างเต็มที่  รวมถึงภูมิคุ้มกันการติดเชื้อจากมารดาที่จะส่งผ่านรกจะมาก ในช่วงอายุครรภ์ประมาณ  32-36 อาทิตย์  ทำให้ preterm  ที่คลอดอายุครรภ์น้อย ๆ มีการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นไปอีก  สำหรับปัญหาที่มักพบได้บ่อยในทารกคลอดก่อนกำหนดมีดังนี้

1.   ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมอุณหภูมิ  เนื่องจากทารกมีการสูญเสียความร้อนออกมาทางผิวหนัง  และถ้าเทียบพื้นที่ของผิวหนังกับน้ำหนักตัวพบว่า  ยิ่งทารกน้ำหนักตัวยิ่งน้อยพื้นที่ผิวหนังเทียบสัดส่วนกับน้ำหนักตัวยิ่งมากดังนั้นทำให้สูญเสียความร้อนเพิ่มขึ้นมาก และอีกทั้งทารกคลอดก่อนกำหนดมีจำนวนไขมันทีให้พลังงานความร้อนในตัวเองไม่มาก  จึงทำให้มีโอกาสตัวเย็นได้ง่าย   ดังนั้นเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดที่   .< 1800 gm จึงมักต้องอยู่ในตู้อบเพื่อควบคุมอุณหภูมิ

2.   ปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ  โดยปรกติทารกแรกเกิดถ้าคลอดก่อนกำหนดบางรายศุนย์กระตุ้นหายใจไม่ทำงานทำให้มีการหยุดหายใจได้  ซึ่งจะต้องได้รับยากระตุ้นให้หายใจ  นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องปอดที่ยังไม่เจริญสมบูรณ์  ทำให้เกิดโรคระบบหายใจวายได้ง่าย

3.   ปัญหาการติดเชื้อ  ซึ่งปรกติทางรกคลอดก่อนกำหนดระบบภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์  เม็ดเลือดขาว  ระบบอิมมูนในร่างกาย  อีกทั้งผิวหนังจะบางมากทำให้เชื้อโรคแทรกตัวเข้าในผิวหนังได้ง่าย จึงสามารถติดเชื้อได้ง่าย  และมักเป็นอาการรุนแรงมากกว่าเด็กทารกที่ครบกำหนด

4.   ระบบหัวใจ  เนื่องจากทารกคลอดก่อนกำหนด  ดังนั้นเส้นเลือดที่อยู่บริเวณใกล้หัวใจ (PDA) ยังจะไม่ปิดสนิท  ซึ่งถ้าหลังคลอดแล้วเส้นเลือดยังไม่สามารถเปิดขึ้นมาใหม่  เป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกมีหัวใจวายได้ง่ายซึ่งอาจรุนแรงจนต้องผ่าตัด  เพื่อปิดเส้นเลือดดังกล่าว

5.    ปัญหาการให้ออกซิเจน  ปรกติออกซิเจนที่ให้กับทารกสามารถทำปฏิกิริยาเกิดสารซุปเปอร์ออกไซด์  ซึ่งมีพิษต่อเนื้อ  ปอด  และจอประสาทตาของทารกคลอดก่อนกำหนดได้  ซึ่งเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง (BPD)  หรือประสาทตาผิดปรกติ  (ROP)

6.      ปัญหาเลือดออกในช่องสมอง  ซึ่งพบได้บ่อยในทารกคลอดก่อนกำหนดที่น้ำหนักตัวน้อย  ยังน้ำหนักตัวเองน้อยยังมีโอกาสเกิดมากขึ้น  ซึ่งบางรายอาจรุนแรงจนเสียชีวิตได้

  7.      ปัญหาทางโภชนาการ  และการกิน เนื่องจากทารกคลอดก่อนกำหนดมีโอกาสที่ลำไส้เน่า (NEC) ได้สูงจากสาเหตุ 3 ปัจจัย คือ

1.      ภาวะลำไส้ขาดเลือด

2.      นมที่กิน

3.      การติดเชื้อ

          อีกทั้งลำไส้ทารกถือเป็นส่วนที่ยาวมากที่ยังเจริญไม่เต็มที่ดังนั้นการปรับตัวของลำไส้มักจะต้องใช้เวลามากจึงค่อย ๆ ให้อาหารทารกอย่างระมัดระวัง  เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ NEC ที่จะเกิดขึ้น เห็นไหมครับว่าทารกคลอดก่อนกำหนดจะมีข้อแทรกซ้อนอย่างมากในการดูและ  ทางที่ดีคุณแม่ขณะตั้งครรภ์บุตรช่วง  1-2  เดือนสุดท้าย  ควรระมัดระวังภาวะหรืออาการผอดปรกติทุกอย่างที่จะกระตุ้นให้มีการคลอดก่อนกำหนด  ซึ่งถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาสูติแพทย์จะดีที่สุดครับ

Home  กลับหน้าหลัก

 

Send mail to applepanita@gmail.com  with questions or comments about this web site.
Copyright 2005 Nakornpingaphibalkit Nurse Aide School
Last modified: มิถุนายน 21, 2560