โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ

  

     For English Click Here   

....... โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ ผู้ช่วยทางการพยาบาลคุณภาพ ศูนย์รวมความรู้ โดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้ทรงคุณวุฒิ รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ........

 

หน้าหลัก

เรียนที่นี่ Free WIFI

 

.........................................

เพจโรงเรียน กดถูกใจรับข่าวสาร

..........................................

Facebook โรงเรียน กด@เพื่อน

 

.....................................................

การอ่านออกเสียงคำศัพท์เทคนิค

.....................................................

 

 

Home  กลับหน้าหลัก

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และอาหารเสริม

                คุณแม่สามารถให้นมแม่อย่างเดียวแก่ทารกจนถึงอายุ 4 เดือน  เพราะนมแม่มีคุณค่าทางอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตที่ดีกว่านมผสม  ทั้งในส่วนไขมัน  โคเลสเตอรอล  โปรตีนและธาตุเหล็ก  และยังย่อยง่ายกว่านมผสม, มีสารกระตุ้นการเจริญเติบโต  และมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคต่าง ๆ ด้วย  และนมแม่สามารถใช้เลี้ยงลูกได้จนอายุถึง 2 ปี  โดยไม่ต้องเสริมนมผงก็ได้ (แต่ทั้งนี้บุตรจะต้องได้รับอาหารอย่างอื่น  เพียงพอด้วย  เพราะได้อาหารอื่นน้อยจะทำให้เกิดขาดสารอาหารได้ )  ส่วนกรณีที่น้ำนมมารดาไม่พอเพียง  สามารถให้นมทารก ( Infant formula ) ชนิดที่เสริมธาตุเหล็กได้จนถึงอายุ  1 ปี ส่วนนมสูตรต่อเนื่อง  (Follow on Formula) ใช้ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน จนถึง 3 ปี

                นอกจากนี้ยังมีนมในท้องตลาดอีกหลายชนิดที่คุณแม่ยังสงสัยว่าสามารถให้ในบุตรได้หรือไม่  ถ้าได้จะให้เมื่ออายุกี่ปีดี  มีนมหลายชนิดดังนี้

1.       นมวัวผงครบส่วน  ( Powder Whole milk ) ใช้ได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี ขึ้นไป  สำหรับเด็กอายุ 1 - 3 ปี ควรเลือกชนิดที่เสริมวิตามินและแร่ธาตุ

2.       นมสด ( Pasturized Whole milk, UHT fresh milk ) ห้ามใช้ในทารกที่อายุต่ำกว่า 1 ปี ควรให้บุตรหัดดื่มนมจากถ้วย  หรือใช้หลอดเมื่ออายุ 1 ปี เด็กควรดื่มนมทุกวัน  วันละ 3 มื้อจนถึงวัยหนุ่มสาว

3.       นมพร่องมันเนย ( Low fat milk, skim milk ) ไม่ควรใช้ในเด็กทารกปรกติทั่วไป  เพราะมีสารอาหารที่ไม่เหมาะสมเพราะมีโปรตีนสูง  เกลือแร่สูง  พลังงานต่ำและขาดกรดไขมันจำเป็นรวมถึงวิตามินชนิดละลายในไขมันแต่สามารถใช้กับเด็กอ้วนที่อายุมากกว่า 2 ปี เพื่อควบคุมน้ำหนักแต่ต้องอยู่ใต้การดูแลของแพทย์  เพื่อตรวจสอบการขาดสารอาหารชนิดอื่น ๆ

4.       นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม ( Liquid yogurt ) ใช้แทนนมสดไม่ได้ เด็กไม่ควรดื่มมากกว่า 1 กล่องต่อวัน  เพราะนมชนิดนี้ผลิตจากหลายแหล่ง คืออาจทำจากนมพร่องมันเนย  นมสด หรือนมธรรมดา  ซึ่งทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกันได้มากและห้ามใช้เลี้ยงทารก

สำหรับอาหารอื่นนอกจากนมที่สามารถให้กับบุตรได้มีรายละเอียด ดังนี้

1.       ธัญญาหารสำเร็จรูป ( Cereal ต่าง ๆ )

ปรกติอาหารกลุ่มนี้จะประกอบด้วยแป้ง  น้ำตาล  อาจเสริมวิตามินและเกลือแร่บางอย่าง ให้จำว่าไม่สามารถใช้แทนอาหารทั้งมื้อได้  และไม่แนะนำให้ใช้เลี้ยงเด็กทารกและเด็กเล็ก  เพราะมีลักษณะเป็นขนมมากกว่า  ทำให้มีนิสัยการบริโภคไม่ถูกต้องและเกิดภาวะทุพโภชนาการได้ภายหลัง  สำหรับอาหารมื้อหลักที่ควรป้อนบุตรควรให้อาหารเมื่ออายุ 4 เดือนโดยเป็นข้าวบดกับน้ำแกงจืด  หรือกล้วยน้ำว้าบดควรป้อนด้วยช้อน  โดยเริ่มให้ทีละน้อยก่อน เช่น 1 ช้อนชา วันละครั้ง  และเพิ่มจำนวนทีละน้อยจนได้ประมาณ 4 6 ช้อนชาต่อวัน  และควรให้อาหารชนิดเดิมประมาณ 2 สัปดาห์  จึงค่อยเปลี่ยนชนิดอาหารที่ให้ใหม่ ( เพื่อให้บุตรได้ปรับตัว )

                อายุ 4 5 เดือน สามารถให้อาหารโปรตีน  เช่น ไข่แดงสุก ปลา  ไก่  ใช้บดรวมกับข้าวบด

                อายุ 5 6 เดือน  ควรเริ่มผักใบเขียวต้มสุกบด  เติมลงในอาหารเสริมที่กินอยู่เดิม ควรเริ่มผักใบเขียวต้มสุกบด เติมลงในอาหารเสริมที่กินอยู่เดิม และเมื่ออายุครบ 6 เดือน ควรมีมื้ออาหารทดแทนนมได้ 1 มื้อ และเมื่อ 8 เดือนมีอาหารทดแทนนมได้ 2  มื้อ  และเมื่อครบ 1 ปี  ควรมีมื้ออาหารบดแทนนมได้ครบ 3 มื้อ ( อาหารที่ให้บุตรไม่ควรปั่น  เพราะจะทำให้บุตรไม่กิน solid food ในภายหลัง และอาหารบุตรต้องไม่ใส่ผงชูรส  น้ำตาล  และเกลือ )

  2.       น้ำผลไม้สด

สำคัญมากคือการเตรียม  ต้องสะอาด เช่น การคั้นส้ม ควรล้างปอกเปลือก และที่คั้นควรสะอาด  การให้เริ่มป้อนครั้งละ 1 ช้อนชา (โดยเติมน้ำสุกให้เจือจางก่อน 1 เท่าตัว ) ( อายุที่เริ่มให้คือตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป )  และค่อยเพิ่มจำนวนครั้งละ 1 ช้อนชา ทุก 2 วัน จนได้น้ำผลไม้สดวันละ 3 ออนซ์ ก็เพียงพอ

3.       กล้วยว้าบด

ให้เริ่มได้หลังอายุ 4 เดือน โดยครูดผิว ๆ ประมาณ 1 ช้อนชา ใส่ถ้วยสะอาดบดผสมน้ำสุกจนเหลวแล้วป้อนบุตรด้วยช้อนเล็ก  ค่อยเพิ่มวันละน้อยจนครูดได้รอบ ๆ กล้วย 1 ผลต่อวัน และไม่ให้กินกล้วยครูดมากกว่า 1 ผล ต่อวัน  เพราะจะทำให้อิ่มและอาจเกิดลำไส้อุดตันได้

สำหรับการปรุงอาหารสำหรับทารกควรใช้ความร้อนเพื่อทำให้อาหารสุกเท่านั้น  เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารโดยเฉพาะวิตามินและเกลือแร่  แล้วจึงนำมาบดก่อนนำไปป้อน  ไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม  และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง  เพราะจะทำให้มีผลเมื่อเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่  เช่น  อาหารเค็ม  ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง  อาหารที่ไขมันสูงทำให้เกิดโรคอ้วนและระดับโคเลสตอรอลในเลือดสูง  และเมื่อบุตรเริ่มมีฟัน  ให้เริ่มบดอาหารหยาบ ๆ เพื่อฝึกให้เคี้ยว  และฝึกตักอาหารกันเอง  เมื่ออายุ 1 ปี  ควรให้ดื่มน้ำและนมจากถ้วย ควรเลิกขวดนมให้ได้ก่อนอายุ 2 ปี

สำหรับวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ นั้น มีข้อควรรู้ดังนี้

1.       วิตามิน สำหรับทารกกินนมแม่ที่แม้ภาวะโภชนาการปรกติรวมถึงเด็กที่กินนมผงและนมสูตรต่อเนื่องไม่ต้องให้วิตามินเสริม แต่ถ้าแม่ขาดวิตามินควรได้รับวิตามิน 3 4 วัน

2.       ธาตุเหล็ก  ถ้าแม่ขาดธาตุเหล็ก  บุตรควรได้ธาตุเหล็กเสริมเมื่ออายุ 3 4 เดือน  และให้จนอายุประมาณ 1 ปี  ส่วนทารกคลอดก่อนกำหนด ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือนมสูตรทารกคลอดก่อนกำหนดที่ไม่เสริมธาตุเหล็กบุตรจะต้องได้ธาตุเหล็กเสริมด้วย

3.       ฟลูออไรด์  การให้ฟลูออไรด์ในบุตรขึ้นกับว่าบริเวณนั้น  มีปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่มต่ำกว่า 03. Ppm หรือไม่  ซึ่งถ้าต่ำกว่า ควรให้ฟลูออไรด์เสริมในบุตรเมื่ออายุประมาณ 4 6 เดือน เป็นต้นไป

4.       ผลไม้และผักสด  ควรเริ่มให้บุตรหยิบแทะผักหรือผลไม้สด ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น  โดยล้างให้สะอาดแล้วตัดเป็นแท่งแต่ควรอยู่ในความดูแลของพ่อแม่ตลอดเวลาเพื่อนระวังการสำลัก

5.       ลูกกวาด ขนมหวาน  Junk food น้ำอัดลม  ไม่ควรให้บุตรกิน เพราะน้ำตาลจะทำให้ลูกไม่รู้สึกหิวเมื่อถึงเวลาอาหารนอกจากนี้ขนมถุงยังประกอบด้วย  แป้งบางชนิดมีผงชูรสจึงไม่เหมาะกับเด็ก  ส่วนบะหมี่สำเร็จรูปห้ามเด็กกินแห้ง ๆ เป็นของว่าง เพราะจะไปพองอืดในกระเพาะและดูดน้ำทำให้ร่างกายเสียน้ำ

จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงดูบุตรในปัจจุบันจะยากกว่าสมัยก่อน  เนื่องจากมีการแปรรูปอาหารและผลิตขนมมากมายหลายแบบ  อีกทั้งพ่อแม่ยังขาดความเข้าใจว่าเมื่อไรควรให้อาหารชนิดใดกับลูก  อีกทั้งปัจจุบันค่านิยมเกี่ยวกับการดูแลบุตรให้อ้วน  เพื่อดูน่ารัก  ถือว่าให้อาหารบุตรกันใหม่ดีกว่าครับ  เพื่อให้บุตรที่น่ารักของคุณพ่อคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์

                                                       โดย นพ.บัลลังก์ ศรีกฤษณรัตน์  

Home  กลับหน้าหลัก


Send mail to applepanita@gmail.com  with questions or comments about this web site.
Copyright 2005 Nakornpingaphibalkit Nurse Aide School
Last modified: มิถุนายน 21, 2560