โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ

  

     For English Click Here   

....... โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ ผู้ช่วยทางการพยาบาลคุณภาพ ศูนย์รวมความรู้ โดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้ทรงคุณวุฒิ รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ........

 

หน้าหลัก

เรียนที่นี่ Free WIFI

 

.........................................

เพจโรงเรียน กดถูกใจรับข่าวสาร

..........................................

Facebook โรงเรียน กด@เพื่อน

 

.....................................................

การอ่านออกเสียงคำศัพท์เทคนิค

.....................................................

 

 

Home  กลับหน้าหลัก

โรคหัวใจ          โดย นพ.เชวง ลิขสิทธิ์

  โรคหัวใจมีหลายประเภท เช่น โรคเยื่อหุ้มหัวใจ,โรคลิ้นหัวใจ,โรคกล้ามเนื้อหัวใจ แต่ที่คุยกันในที่นี้จะเกี่ยวกับเรื่องโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เพียงอย่างเดียวก่อนนะครับ และจะยังไม่รวมถึงโรคหัวใจอื่น ๆ เช่น ใจง่าย,ใจเดาะ,ใจต๊อแต๊ (อะไรประมาณนั้น)

            ผมจำได้ว่าช่วงที่คุณ ย.โย่งเสียชีวิตใหม่ ๆ มีคนสนใจและตกใจกับโรคนี้มาก ๆ มีคนมาปรึกษา หรือโทรมาถามวันละหลาย ๆ ครั้ง แต่เผล็บเดียวก็ซา ๆ หัวใจคนเราเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมากอวัยวะหนึ่งเพราะต้องทำงานตลอดแม้ส่วนอื่น ๆ จะได้พัก ยกตัวอย่างเช่น ขณะนอนหลับ หัวใจก็ยังเต้นอยู่ (ห้ามหยุด) หัวใจประกอบด้วยกล้ามเนื้อชนิดพิเศษที่แข็งแรงและมีตัวจุดชนวนให้เต้นด้วยไฟฟ้าด้วยตัวของมันเอง ในขณะที่หัวใจมีหน้าที่ปั๊มเลือดไปเลี้ยงส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ตังมันเอง ก็ต้องการเลือดเลี้ยงด้เวย โดยมีเล้นเลือดหลายเส้นส่งมาเลี้ยง เมื่อไหร่ก็ตามที่ปริมาณเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจ ไม่เพียงพอ ก็จะเกิดอาการขึ้น รุนแรงแค่ไหนก็ขึ้นกับตำแหน่งและความรุนแรงในการขาดเลือดนั้น

            ตามปกติเส้นเลือดหัวใจตีบจะเกิดจากไขมันสะสม และผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้น ทำให้รูของเส้นเลือดเล็กลง  ซึ่งปัจจัยเสี่ยงในการเกิดก็ทราบกันดีคือ ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่จัด ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายความเครียด กรรมพันธุ์

            สรุป ถ้าท่านไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมา ไม่ต้องกลัวเรื่องโรคหัวใจตีบ คือถ้ายังเป็นอีกก็ถือว่า ซวยสุดขีดพระเจ้าลงโทษก็สุดแล้วแต่จะคิด

            อาการของเส้นเลือดหัวใจตีบ ก็ทราบกันดีคือ เจ็บ แน่นหน้าอกเจ็บตรงกลางอก เหมือนอะไรมาทับ,มารัด หายใจไม่สะดวก เจ็บแน่นร้าวในคอ กราม  และแขนซ้าย ถ้าแน่นมาก ๆ จะมีเหงื่อแตก หน้าซีดหวิว ๆ เหมือนจะเป็นลม ถา้เป็นมากขึ้น จะเป็นขณะพักอยู่ก็ได้ เช่นนอนหลับอยู่และไม่หายเอง จะต้องมาพบแพทย์

            โดยธรรมชาติของโรคนี้แล้ว 50 % จะเสียชีวิตที่บ้าน คือพูดง่าย ๆ ไม่ได้มีโอกาสไปหาหมอ เช่น อาจจะแน่น ๆ แล้วฟุบไปเลย ส่วย 50 % ที่ได้มีโอกาสไปหาหมอคือนอนโรงพยาบาลนั้น 25 % จะเสียชีวิตในโรงพยาบาล และได้กลับบ้านแบบลูกไม่ต้องจัดงาน 25%

            การรักษาสมัยปัจจุบันถือว่า โชคดีสำหรับผู้ป่วยมากคือ เรามีการรักษาใหม่ๆ ที่ได้ผลทั้งการให้ยา รวมถึงการผ่าตัด ในสมัยเกา ๆ เราจะให้ผู้ป่วยนอน รพ.ในห้อง I.C.U. นอนมาก ๆ เงียบๆ ให้ยาขยายเส้นเลือดหัวใจซึ่งมักไม่ค่อยได้ผลถ้าเส้นเลือดตีบมาก ๆ นอน รพ. 7-10 วัน ก็กลับบ้านได้ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน

            แต่ในปัจจุบัน เรามียาซึงสามารถละลายลิ่มเลือด ที่อุดตันในหัวใจแทนที่แพทย์จะให้ยาขยายอย่างเดียว ซึ่งช่วยลดอัตราการตาย (คือลดบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจที่จะตายลงได้มาก) ของผู้ป่วยได้สูง เรายังมีการขยายเส้นเลือดโดยใช้ลูกโป่งเล็ก ๆ สอดเข้าไปในเส้นเลือด,นอกจากนั้นเรายังสามารถผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจได้

            แต่อย่างที่หมอบอก คนไทยลืมง่าย แผล็บเดียวก็หายแล้ว กลับมาสูบบุหรี่เหมือนเดิม เป็นโรคเบาหวาน,ความดัน,ไขมันสูงก็ไม่รักษาหรือคุมให้ดี ไม่ออกกำลังกาย เมื่อเกิดมีโรนคขึ้นแล้ว บางครั้งจะสายเกินไป

            ส่วนเรื่องความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญเหมือนกัน ยิ่งช่วงอะไร ๆ ก็ลอยตัวไปหมดนี้ ก็คงต้อวงหาวิธีการครายเครียดกันตามอัตภาพ หรือความถนัดของแต่ละบุคคล ถ้าคิดไม่ออกก็ฟังเทศก์บ่อย ๆ ออกกำลังกายมาก ๆ ก็แล้วกัน ส่วนไอ้เรื่องใจง่ายเห็นใครก็ปิ้งไปหมด ก็ตัวใครตัวมันนะครับ  

Home  กลับหน้าหลัก


Send mail to applepanita@gmail.com  with questions or comments about this web site.
Copyright 2005 Nakornpingaphibalkit Nurse Aide School
Last modified: มิถุนายน 21, 2560